แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 3952|ตอบ: 8
go

การทำบุญกับวัดและภิกษุ [คัดลอกลิงค์]

Rank: 1

x2944.jpg               
6 x" H0 S. U0 t                การทำบุญของพุทธศาสนิกชน ผู้ที่ทำก็หวังดีคือได้บุญกุศล จากการทำบุญ  แต่การทำบุญในที่นี้คือทานนั่นเอง  ผู้ทำได้รับผลของบุญแน่นอนถ้าสิ่งของนั้นไม่ผิดวินัยสงฆ์. R2 t* Z! p5 t! q
                ที่นิยมกันมากคือนำเงินไปใส่ซองถวายพระ  ไม่ว่างานบุญไหนชอบถวายกันมาก  พระที่ท่านยังเป็นสมมุติสงฆ์  ยังควบคุมจิตตัวเองไม่ได้  ก็จะเกิดความโลภขึ้นในดวงจิต  พระองค์ใดท่านตัดได้แล้ว  ท่านรับซองเงินแล้ว  ท่านไม่แกะดูเลย  นำซองไปใส่ตู้บริจาคของวัดหรือนำไปวางทิ้ง  นั่นคือสละแล้ว  สมแล้วที่ท่านอยู่ในสมณะเพศทั้งกายและใจ
7 a' C  c. Z& p- P                ผลบุญจากการถวายเงินพระนั้นเกิดบุญแน่นอนครับและขณะเดียวกันก็เกิดผลบาปขึ้นด้วย  เพราะการถวายเงินพระ  เงินเป็นของผิดวินัยสงฆ์  ซึ่งต้องเป็นผู้สละแล้วจึงคิดบวช- U6 {9 R  z2 H5 c
                ถ้าเราอุทิศผลบุญจากการถวายเงินแก่ภิกษุนี้  จะเกิดบุญส่งไปถึงดวงวิญญาณที่เป็นผู้รับ  เกิดความสุขจากผลบุญนั้นชั่วระยะหนึ่ง  เช่น  เป็นวิมาน  เครื่องแต่งกาย  อาหาร  แต่หลังจากที่ดวงวิญญาณกำลังเสวยผลบุญอยู่นั้น  วิมาน  เครื่องแต่งกาย  อาหาร  เหล่านั้นจะลุกเป็นไฟเผาไหม้ดวงวิญญาณนั้นแทน& M+ V, b$ n1 w: I/ v; I
                ถ้าเป็นอย่างนี้เราจะถวายเงินแก่ภิกษุ  ให้ภิกษุสงฆ์ได้นำไปเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนาได้อย่างไร  ผมขอบอกว่าให้นำเงินใส่ตู้บริจาคของวัด  ที่มักมีตั้งไว้แทน  เช่น  ตู้ค่าน้ำ ค่าไฟ  ซ่อมแซมศาลา  ฯลฯ  หรือถวายแก่พระภิกษุที่ท่านเป็นตัวแทนรับเงินของวัด และต้องไม่นำไปเก็บไว้เอง ต้องสละให้กรรมการวัดนำไปเก็บรักษาไว้  ถ้าท่านนำไปใช้ในการศึกษาธรรมะและในกิจการเผยแพร่พระศาสนาได้บุญมหาศาล  แต่ถ้าท่านนำไปใช้ในทางเกิดกิเลสก็บาปมหันต์เช่นกัน  ถ้าคิดถวายให้พิจารณาให้ดี
3 y* l4 [3 a( k, _เรื่องนี้เขียนขึ้นมาสวนกระแสกับสังคม แต่ผมรู้ ผมเห็นอย่างนี้ ท่านใดจะยังถวายเงินแด่พระภิกษุสงฆ์ก็ขอให้คิดดี ๆ  ว่าเหตุสมควรหรือไม่ ผมชี้ช่องทางให้คือ ตู้บริจาค  และตัวแทนในการรับเงินของวัด  โดยส่วนรวม  ถ้าเป็นการถวายแก่ภิกษุเพื่อใช้จ่ายส่วนตัว  ขอบอกว่าอันตราย  เพราะเกิดทั้งบุญและบาป แต่บางครั้ง ท่านก็จำเป็นจริงๆ  ต้องใช้เงินจริง เกิดประโยชน์จริง ผมเองก็ต้องถวายเหมือนกัน แต่จะไม่อุทิศบุญให้ใครทั้งนั้น
) v1 X# G$ C; E7 N# rสิ่งของที่ผิดวินัยสงฆ์อีกอย่างหนึ่งคือ อาหารที่ยังปรุงไม่เสร็จ เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง อย่าถวายพระท่านโดยตรง มันผิดวินัยสงฆ์  ถ้าจะถวาย โน่น!  ให้ไปไว้ที่โรงครัวของวัด หรือให้กรรมการรับไว้ พอเราสละของเป็นทานบุญเกิดแน่นอน พอมีผู้ปรุงอาหารของเราไปถวายพระ บุญก็เกิดกับเราอีก
* e) M/ a1 U. b* @) K  J0 Pของที่ไม่สมควรแก่สงฆ์  ขวางทางในการปฏิบัติธรรมของภิกษุสงฆ์  อย่าคิดถวายเลย จะเกิดทั้งบุญและบาป
; t9 e/ R. R. Y- b  B5 K, w+ @ดังจะเห็นตามกุฏิที่ภิกษุท่านใช้เป็นที่พักสงฆ์  มักประกอบด้วยโทรทัศน์  วีซีดี  วิทยุเทป  พร้อมแผ่นวีซีดีภาพยนตร์  คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ  เพียบเลย  ไม่น้อยหน้าชาวบ้านเลย  ทำให้กิเลสเต็มกุฏิเลย  ผู้ใดคิดถวายขอให้คิดให้ดี0 e6 S& M, {9 x7 @  ]
                การถวายสังฆทานตามวัด  เดี๋ยวนี้หลายวัดนิยมจัดถังหรือพานสังฆทาน  เตรียมไว้ให้ญาติโยมได้ทำบุญกัน  เพราะสังฆทานนั้นเป็นการถวายแก่หมู่สงฆ์  หรือตัวแทนของสงฆ์  ซึ่งได้บุญมาก  ยิ่งมีพระพุทธรูป  ผ้าไตรจีวร  เครื่องใช้  อาหารครบ  ยิ่งเป็นสังฆทานที่สมบูรณ์มาก  ตกลงแล้วที่เป็นสังฆทานเวียนเทียนจะได้บุญหรือ  อ๋อ! ได้บุญสังฆทานแน่นอนครับ  เพราะความตั้งใจของผู้ทำบุญตั้งใจถวายสังฆทาน  ถ้าพระองค์ใดนำไปเป็นสมบัติส่วนตัวองค์เดียว  ท่านผิดเอง  ยกเว้นหมู่สงฆ์อนุญาต
3 [! s3 M2 ~. K' C" l2 `                แต่ถ้าเราเตรียมสังฆทานนำไปเองไปถวาย  อันนี้กำลังบุญสูงกว่า  เพราะมีความตั้งใจสูง  ตั้งแต่เตรียมจัดหาไปเองแล้วครับ
9 K+ l! N3 {  g9 B! y  V                มีเรื่องหนึ่งที่อยากบอก  ถ้าเราถวายสังฆทานในตอนบ่ายหรือหลังเที่ยงไปแล้ว  ขออย่านำอาหารทุกอย่างใส่ไปยกเว้นน้ำปานะ  มิฉะนั้นเท่ากับเราเอาของผิดวินัยสงฆ์ใส่เข้าไปด้วย  แม้แต่พานสังฆทานที่วัดท่าซุง  ซึ่งผมเองถวายสังฆทานเป็นประจำ  เพื่อช่วยวิญญาณต่างๆ  ผมจะทำเฉพาะช่วงก่อนเพล  เพราะในพานมีอาหารปนอยู่  ถ้าถวายตอนบ่ายจะมีบาปปนอยู่กับบุญด้วย  ตอนแรกผมเองก็ไม่รู้แต่ในการช่วยเหลือวิญญาณต่างๆ  ทำให้ต้องทูลถามกับเบื้องบน  ท่านเตือนเรื่องเวลาที่จะถวายสังฆทาน  ให้ทำก่อนเพล  มิฉะนั้นจะมีบาปปนกับบุญ  เพราะมีอาหารอยู่ในพานสังฆทาน/ J% W/ m' x3 x4 N
                การทำบุญใส่บาตรของชาวพุทธ  ทั้งในตอนเช้าและวันพระนั้น  ถ้าผู้ทำบุญมิได้อุทิศเพื่อใคร  ผู้ทำได้บุญ  100%  พอของหลุดมือแสงบุญสว่างขึ้นแล้วลอยขึ้นไปเก็บรอเจ้าของอยู่บนสวรรค์เรียบร้อย  แต่ถ้ามีการคิดอุทิศผลบุญนั้นตอนของทานหลุดมือ  คิดทันทีว่าบุญนี้อุทิศให้ใคร  บุญนั้นจะพุ่งไปหาวิญญาณของผู้นั้นทันที  เขารับได้ทันที  ยกเว้นวิญญาณผู้รับอยู่ในนรกขุมที่ลึก  อันนี้ผลบุญจะเพียงไปรอเขาอยู่  จนกว่าวิญญาณที่ถูกลงโทษในนรกขุมลึกเริ่มมีโทษน้อยลง  ขึ้นมาอยู่ขุมตื้นขึ้น  จึงจะรับบุญนั้นได้
- U  s0 }* O- o! L                ขอสมมุติโจทย์ในการทำบุญเพื่อเป็นแนวคิดให้ท่านผู้อ่านลองคิดดูนะครับ  เช่น  มีเงิน  100  บาท  ทำบุญอะไรได้บุญมากสุด  ผมขอตอบตามแนวความคิดผมนะ  ผิดถูกให้พิจารณาเอาเอง  โดยผมเริ่มเรียงจากบุญน้อยไปหาบุญมากโดยคร่าวๆ  ดังนี้
! W3 F/ N- u# \, c, @                1. ซื้ออาหารให้สัตว์เป็นทาน
) i. y* q8 H7 D# M3 j: e                2. ซื้ออาหารของใช้ให้คนทั่วไป, |! R+ \: A3 {9 Y2 k
                3.        ซื้ออาหารของใช้ถวายพระ
$ _8 [9 x. D" C: ?/ Z0 A                4.        ซื้ออาหารสิ่งของให้พ่อแม่  (บุญเท่าพระอรหันต์)4 p' B% _9 A, d+ S( y1 G8 j, \
                5.        ถวายสังฆทาน,  ผ้าป่า
; U, p2 B( ~7 V! g+ q# k                6.        ร่วมสร้างวิหารทาน  (สิ่งก่อสร้างในพระศาสนา,  พระพุทธรูป) ,  กฐิน! V' |. ^$ Z# `6 r, h
                7.         ช่วยชีวิตสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า  เช่นปลา  กุ้ง  หอย  ตามตลาดพลังบุญใหญ่กว่าวิหารทาน  y6 L" D; _3 Z/ p- r% S
                8.        ซื้อหนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทาน,  เจ้าภาพหนังสือโลกทิพย์ให้เรือนจำ8 H! v2 Z" C% ?% t7 r$ V
                ผมลองเขียนเล่นคร่าวๆ  แต่จริงแล้วผมเลือกทำทุกอย่างแล้วแต่โอกาส  เวลา  และกำลังทรัพย์  ซึ่งตอนนี้จะเน้นมากคือธรรมทาน  คือบอกเล่าสิ่งที่ผมรู้และประสบให้ผู้ได้อ่านบทความของผม  ได้นำไปเป็นข้อมูลในการศึกษาตามแนวทางของพุทธศาสนา  อ่านแล้วขอร้องอย่าเชื่อทันทีเลย  ขอให้หาทางพิสูจน์ดูก่อน  เท่าที่จะสามารถทำได้  และพิจารณาด้วยเหตุผลดูด้วย5 ]! ?! q6 `2 L$ v0 ?& m" T# P- [
3 T' D8 ?* F( U

Rank: 1

ขออนุโมทนากับทุกบุญและทุก ๆ ธรรมทาน ด้วยค่ะ  ขออนุโมทนา...สาธุ...

Rank: 1

สาธุครับ: Z1 l. z: }  {0 l# p7 _

Rank: 1

ตอบกระทู้ ณัฐดนัย ตั้งกระทู้! M, ]! n( G) Y; M

2 X; V* ~0 z1 ]* Zตอบคุณณัฐดนัย จากคำถามที่ถามมาเรื่องการให้ทาน ผมขอให้คำตอบแบบนี้ก้แล้วกันนะครับ ว่า"ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด" ถ้าทามว่าจะไปส่งเสริมพวกมิจฉาชีพไหม อันนี้ขอตอบตามตรงเลยว่าไม่รู้ครับ (ตอบกวนๆอีกแล้ว)  ผมมีข้อคิดอยู่ว่า บุญเกิดมากหรือน้อย อยู่ที่สามปัจจัย คือ ก่อนทำ ขณะทำ หลังทำ  หากเราคิดว่าไม่สะบายใจในการทำก็ไม่ต้องทำครับ แต่หากว่าเราคิดว่าทำไปเถอะทำแบบไม่คิดอะไรมาก แบบนี้ทำแล้วสะบายใจก้ทำครับ เอาเป็นว่าอย่าไปสนใจครับส่วนจะเป็นมิจฉาชีพไหมนั้น เราตั้งใจทำส่วนคนที่รับไปจะไปทำอะไรนั้น จะดีหรือไม่ดีมันขึ้นอยู่กับตัวเขาครับ

Rank: 1

สาธุครับ อนุโมทนาสาธุครับ บางครั้งมีคนมาขอเงินเรา เมื่อเราให้ไปแล้วเราคิดว่าให้เขาแล้วเขาจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าเขาเป็นพวกมิจฉาชีพจะเป็นการส่งเสริมเขาหรือปล่าวครับ เพราะไม่พิจารณาก่อนให้ทาน จะได้บาปแทนบุญไหมครับ ถ้าคุณมารน้อยได้อ่านตอบกลับให้ผมทราบด้วยนะครับขอบคุณครับ สาธุครับ

Rank: 1

สวัสดีครับคุณกรฏ ผมขออนุโมทนาบุญด้วยกับกุศลที่สร้างครับ ถามมาเรื่องการโอนเงินให้กับบุพการี (ผมขอชื่นชมครับ)  จะอุทิศตอนไหน อันนี้ขอตอบเลยว่าตอนที่เราตั้งใจครับเอ้ ทำไมตอบแบบนี้ ก็บุญเกิดได้จากความปรารถนาครับ เพราะเราตั้งใจดีกระทำความดี บุญก็เกืดขี้นครับ  ส่วนจะอุทิศให้ใครบ้างนั้น ก้แล้วแต่ใจนึกเช่นกันครับ ถ้ากลัวว่าจะอุทิศไม่ทันก็ให้ใช้วิธีเบิกบุญก็ได้ครับ จริงๆแล้วเราอุทิศโดยการเอ่ยชื่อผู้รับอย่างต่อเนื่อง บุญก็จะถึงผู้รับเช่นกันครับ

Rank: 1

ขออนุโมทนาบุญในธรรมทานนี้ด้วยค่ะ ขอสอบถามค่ะว่าถ้าเราให้เงินพ่อแม่โดยการโอนเงินไป เราต้องอธิษฐานหรือพูดอย่างไรก่อนนำเงินไปโอนเข้าตู้ธนาคาร ควรพูดตอนโอนเงินหรืออธิษฐานไว้ก่อน และหลังการสวดมนต์ทุกครั้งถ้าเราไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้วไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์โดยเจาะจงลงไปหรือการทำบุญใส่บาตรซึ่งการกล่าวอุทิศบุญหลังจากของหลุดจากมืือทันที่ เราจะกล่าวชื่อออกไปทันกับแสงแห่งบุญลอยออกไปทันหรือไม่หากมีหลายคน ขอขอบคุณค่ะ

Rank: 1

อืมม ธรรมทานจริงๆค่ะ: V3 E1 u- ?5 t

Rank: 1

อนุโมทนา สาธุ ขอบคุณค่ะ อ่านแล้วทำให้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน
‹ ก่อนหน้า|ถัดไป

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2026-6-10 14:57 , Processed in 0.070659 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.