แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 5335|ตอบ: 3
go

นักสมาธิแล้วเห็นพระ เห็นพระพิฆเนศ [คัดลอกลิงค์]

Rank: 1

อยากถามหลวงพ่อ หรือผู้รู้ค่ะ ในวันนี้ ดิฉันได้ไปปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิแล้วเห็นพระพิฆเนศปางเดวกันยืนเรียงกัน 5 องค์ จากนั้น ก็เห็นพระนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ ร่างกายซูบผอมมาก หนังติดกระดูก เห็นแต่ด้านข้าง ต่อมาก็เห็นเจ้าแม่กวนอิม อยากทราบว่า ที่เห็นทั้งหมดนี้ หมายความว่าอย่างไรหรอคะ รบกวนช่วยตอบทีนะคะ ^^

Rank: 1

อนุโมทนาสาธุครับ สาธุ

Rank: 1

ตอบกระทู้ ณัฐดนัย ตั้งกระทู้
8 @$ t& p! I: e& _9 _1 h" u1 q! N+ n" R
ผมไม่เก่งขนาดนั้นครับ แต่จะขอตอบจากประสบการณ์ ก็แล้วกันครับ  จากเรื่องนี้ผมว่าน่าจะเกิดจากสัญญาเก่า และ นิวรณ์ 5 ซึ่งหมายถึง สิ่งที่ขวางกั้นจิตทำให้สมาธิไม่อาจเกิดขึ้นได้ มี 5 อย่างคือ  
+ z/ n& w5 {0 j " \2 z  @/ }' [  b1 X0 ?* R
1.กามฉันทะ คือ ความยินดี พอใจ เพลิดเพลินในกามคุณอารมณ์ ได้แก่ ความยินดี พอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ(สิ่งสัมผัสทางกาย) อันน่ายินดี น่ารักใคร่พอใจ รวมทั้งความคิดอันเกี่ยวเนื่องด้วยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะนั้น (คำว่ากามในทางธรรมนั้น ไม่ได้หมายถึงเรื่องเพศเท่านั้น) - W; [1 w/ r# K8 F' {, b
, s8 O' q6 D& D% o) r
2. พยาบาท คือ ความโกรธ ความพยาบาท ความไม่พอใจ ขัดเคืองใจ
. ?2 t2 w' Q. s) D4 `5 w% O & V; G; ^+ Q3 r/ ]( N" t" h
3. ถีนมิทธะ แยกเป็นถีนะ คือ ความหดหู่ท้อถอย และมิทธะ คือ ความง่วงเหงาหาวนอน ถีนะและมิทธะนั้นมีอาการแสดงออกที่คล้ายกันมาก คือทำให้เกิดอาการเซื่องซึมเหมือนกัน แต่มีสาเหตุที่ต่างกันคือ
) @3 z5 e  C  O5 `7 ^ถีนะเป็นกิเลสชนิดหนึ่ง เกิดจากการปรุงแต่งของจิต ทำให้เกิดความย่อท้อ เบื่อหน่าย ไม่มีกำลังที่จะทำความเพียรต่อไป  
5 [3 ?3 I5 H; n/ i$ cส่วนมิทธะนั้นเกิดจากความเมื่อยล้าอ่อนเพลียของร่างกาย หรือจิตใจจริง ๆ เนื่องจากตรากตรำมามาก หรือขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ หรือการรับประทานอาหารที่มากเกินไป มิทธะนี้ไม่จัดเป็นกิเลส (พระอรหันต์ไม่มีถีนะแล้ว แต่ยังมีมิทธะได้เป็นบางครั้ง)
% D0 x: d- x+ \, }
+ v* \+ g) I- F4. อุทธัจจกุกกุจจะ แยกเป็นอุทธัจจะคือความฟุ้งซ่านของจิต และกุกกุจจะคือความรำคาญใจ
8 }5 G) H/ V2 n7 F& e* N9 p) bอุทธัจจะนั้นคือการที่จิตไม่สามารถยึดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นเวลานาน จึงเกิดอาการฟุ้งซ่าน เลื่อนลอยไปเรื่องนั้นที เรื่องนี้ที
+ r  g/ y) _1 u. E! R  Z3 gส่วนกุกกุจจะนั้นเกิดจากความกังวลใจ หรือไม่สบายใจถึงอกุศลที่ได้ทำไปแล้วในอดีต ว่าไม่น่าทำไปอย่างนั้นเลย หรือบุญกุศลต่างๆ ที่ควรทำแต่ยังไม่ได้ทำ ว่าน่าจะได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้
6 V0 F8 I: \9 z+ ?+ C( L! M" N
1 Y) X7 z* W# }5 t' |5. วิจิกิจฉา คือ ความลังเลสงสัย ไม่แน่ใจ หรือไม่ปักใจเชื่อว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด หรือควรทำแบบไหนดี จิตจึงไม่อาจมุ่งมั่นในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้อย่างเต็มที่ สมาธิจึงไม่เกิดขึ้น 9 X- k/ D- \7 P& f+ F, |8 p" w
8 d; A% e5 t. |9 S" [1 H- \
นิวรณ์ทั้ง 5 ตัวนี้ มีเฉพาะอุทธัจจะเท่านั้นที่เกิดขึ้นตัวเดียวได้ ส่วนนิวรณ์ตัวอื่น ๆ นอกนั้น เมื่อเกิดจะเกิดขึ้นร่วมกับอุทธัจจะเสมอ
, @9 Y& E# i# O9 ~5 J
8 M; t) y- r# `นิวรณ์ทั้ง 5 เป็นอุปสรรคสำคัญในการทำสมาธิ ถ้านิวรณ์ตัวใดตัวหนึ่ง หรือหลายตัวเกิดขึ้น สมาธิก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย แต่นิวรณ์ทั้ง 5 นี้ไม่เป็นตัวขวางกั้นวิปัสสนาเลย ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่วิปัสสนาอีกด้วย เพราะวิปัสสนานั้นเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติของสรรพสิ่ง ไม่ว่าขณะนั้นอะไรจะเกิดขึ้น ก็เป็นประโยชน์ให้เรียนรู้ได้เสมอ นิวรณ์ทั้ง 5 นี้ก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ๆ ของจิตที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ ให้เห็นถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่อยู่ในอำนาจ ของจิตเช่นกัน (ได้จากเวปพลังจิตคับลอกมาบางส่วน)  ผมอาจจะผิดก็ได้ครับ ลองถามผู้รู้ อีกท่านหนึ่ง ดู คุณธนา ก็ได้
! T8 E  F1 l3 r$ z$ S

Rank: 1

สาธุครับ คงต้องรอคุณมารน้อยแล้วละครับ
‹ ก่อนหน้า|ถัดไป

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2026-6-10 12:10 , Processed in 0.042583 second(s), 14 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.