แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 2171|ตอบ: 2
go

นักปฏิบัติธรรม [คัดลอกลิงค์]

Rank: 1

                ชาวพุทธที่แท้จริงจะศึกษาคำสอนทางพุทธศาสนาเพื่อนำมาปฏิบัติและจะมุ่งหนทางไปทางปฏิบัติ  มากกว่าที่จะศึกษาเอาวุฒินักธรรมตรี  โท  เอกหรือเปรียญธรรม  เพราะเรียนไปแล้วไม่ได้นำมาปฏิบัติก็ได้เพียงแค่รู้  แต่ปฏิบัติไม่เป็นขาดทุน  เรียนกันจนจบหมดทุกอย่างแล้วก็ไม่มีทางถึงนิพพานได้หรอก  ต้องนำความรู้นั้นมาปฏิบัติจึงจะมีทางไปสู่นิพพานได้) a" e) f  g' Q# o
                วัดหรือสำนักปฏิบัติธรรมทั้งหลายต่างมุ่งหวังเผยแพร่คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ให้พุทธศานิกชนได้เรื่องรู้และปฏิบัติ  นับว่าเป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาอย่างมาก  มีทั้งเผยแพร่ธรรมะ  ถือศีล  ปฏิบัติธรรมสวดมนต์  ภาวนา  ขออนุโมทนาบุญกับท่านทั้งหลายที่ช่วยกันเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธองค์และพุทธศาสนิกชนที่ตั้งใจปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์สมกับที่เป็นชาวพุทธโดยแท้
: a$ [& w% R& J6 V6 i* _" c1 i                นักปฏิบัติธรรมที่พบเห็นทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็นหญิง  มีความตั้งใจในการปฏิบัติธรรมมาก  มีทั้งถือศีลสวดมนต์  ภาวนา  ครับบุญเกิดกับผู้ปฏิบัติมากมายมหาศาล  บุญนั้นไปรอผู้ปฏิบัติธรรมอยู่ที่สวรรค์หรือพรหมตามกำลังบุญ  และส่วนใหญ่ผู้ปฏิบัติธรรมจะทำการแผ่เมตตา  ตามที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้  ให้สัตว์โลกทั้งหลายเป็นสุขๆ  ท่านผู้ปฏิบัติธรรมเหล่านั้นทำดีแล้วถูกแล้ว  แต่ผมขออนุญาตต่อเติมสักนิดเถิด4 A* H3 K* I' J1 z7 w
                บุญของผู้ปฏิบัติธรรมนั้นมีมากจริงๆ  และไม่ได้หายไปไหน  ลอยไปปรากฏรอผู้ปฏิบัติอยู่เบื้องบน  คนทุกคนมีนายเวรหรือเจ้าหนี้ที่เราทำเขาไว้  ให้เกิดแค้นมาหลายชาติ  เราเกิดมาหลายภพหลายชาติมากมาย  นายเวรของแต่ละคนมีเป็นล้านๆ  เอาแค่ชาตินี้คิดดูฆ่ามดฆ่ายุงไปกี่ตัวแล้วจำได้ไหม  เราฆ่ามันตาย  ความแค้นก็เกิดเป็นนายเวรของเราแล้ว  ผู้ปฏิบัติธรรมแผ่เมตตา  นั่นเป็นความต้องการให้สัตว์ทั้งหลายเป็นสุข  อย่ามีเวรต่อกันและกันเลย  ผลไม่ปรากฏบุญไปถึงเขาเหล่านั้นเลย  เป็นไปได้ยังไงหรือครับ  เมื่อก่อนผมเองก็ไม่รู้  แต่พอมีประสบการณ์การติดต่อกับเทวดาบ้าง  นายเวรที่เป็นสัมภเวสีบ้าง  สอบถามเขาดูหลายราย  เขาบอกตรงกันหมดว่าการแผ่เมตตาไม่ปรากฏบุญไปถึงเขาเลย  พอผมลองอุทิศของผมให้ตามวิธีที่ผมเรียนรู้มา   ทั้งอุทิศตรงและเบิกบุญอุทิศ  เขาตอบตรงกันหมดว่าได้รับผลบุญเต็มเลย  ดังนั้นผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย  สร้างบุญไว้มากมาย  นายเวร  ผู้รักษาตัว  และวิญญาณที่เกี่ยวข้องกับผู้ปฏิบัติธรรม  มองเห็นบุญของผู้ปฏิบัติเกิดขึ้นทุกวัน  แต่ไม่เคยส่งอุทิศให้เขาเหล่านั้นเลย  นายเวรก็รอเมื่อไรจะอุทิศบุญให้เขาซึ่งเป็นเจ้าหนี้รออยู่  เมื่อไม่เคยได้รับบุญเพื่อใช้หนี้เลย  ได้ยินแต่บอกอย่าจองเวรกัน  นายเวรก็ยิ่งแค้น  เหมือนผู้ปฏิบัติธรรมมีเงินเท่าไรก็ฝากธนาคารหมด  เจ้าหนี้รออยู่ก็ไม่ยอมใช้หนี้  อย่างนี้เองนายเวรจึงยิ่งแค้น  ต้องเล่นงานให้หนัก3 Z/ X* L$ k6 B  g2 Y
                ดังนั้นท่านผู้ปฏิบัติธรรมทุกท่าน  ท่านจะปฏิบัติวิธีใด  ถูกจริตวิธีใดในกรรมฐาน  40  หรือแบบอื่นๆ  ที่เป็นหนทางของพุทธะ  ท่านทำดีทำถูกแล้ว  เพียงแต่ท่านเพิ่มเติมการอุทิศบุญให้กับนายเวรของท่าน  ให้เขาได้รับบุญด้วย  จะทำให้การปฏิบัติธรรมของท่าน  และการดำรงชีวิตของท่าน  ปราศจากอุปสรรค  โรคภัยไข้เจ็บ  อีกทั้งมีวิญญาณที่คอยคุ้มครองท่านตลอดเวลา
  M0 k! g. ?# [

Rank: 1

2#
มารน้อย โพสต์เมื่อ 2013-9-6 04:42 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ ก็นำไปใช้ได้ครับ ขอโมทนาบุญครับ

Rank: 1

3#
มารน้อย โพสต์เมื่อ 2013-9-8 18:31 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ตอบคุณณัฐดนัย จากคำถามผมขอสรุปมาเป็นข้อๆแบบนี้ ( e" R% G& r3 ?$ x: A
๑. การที่เราขอเบิกบุญเราเบิกทีเดียวแต่ให้ทุกๆท่านที่นึกได้ในครั้งนั้น ท่านเหล่านั้นจะได้เท่ากันหรือไม่ครับ และจะได้น้อยกว่าเราเบิกครั้งนี้ให้เฉพาะเจ้ากรรมนายเวร และเบิกอีกครั้งให้กับเทวดาที่ปกปักรักษาตัวเราและครอบครัว  2 อย่างหลังนี้ท่านเหล่านั้นจะได้บุญมากกว่าตอนแรกที่ให้รวมกันหรือปล่าวครับ หรือว่าอยู่ที่จิตใจของเราขณะนั้นด้วยครับ เช่นวันนี้เรามีความรู้สึกเป็นปกติดีหรือเฉยๆ กับวันนี้มีความร่าเริงใจมีจิตเป็นสุขในโลกมนุษย์ กับวันนี้มีความรู้สึกปีติยินดีในการได้ฟังธรรมหรือได้ปฏิบัติธรรมแล้วมีความเบิกบานใจครับ ไม่ทราบว่าเหตุเหล่านี้จะมีผลในการเบิกบุญด้วยหรือไม่ครับ2 B# a8 C& ~" y# U, S, o, \! i$ J
ตอบ จากคำถามข้อนี้จากประสบการณ์ของผมพบว่าการอุทิศบุญให้แบบเจาะจงผู้รับจะได้บุญมากกว่าการอุทิศแบบรวมสาเหตุจากกำลังจิต ภพภูมิ ของผู้รับหากผู้รับมีภพภูมิสูง หรือกำลังจิตสูง กำลังบุญที่รับก็มากตามไปด้วย เปรียบไปก็เหมือนเราเทน้ำใส่ภาชนะหากภาชนะนั้นความกว้างของช่อง น้ำที่เทลงไปก็ย่อมรับได้มาก แต่หากช่องรองรับแคบน้ำที่ใส่ก้ได้น้อย ดังนั้นจึงสมควรที่จะอุทิศบุญให้เจาะจงจะเหมาะสมกว่า3 Y; h9 p; [# o4 Q* h" o" S9 L! k
๒. วันนี้เรามีความรู้สึกเป็นปกติดีหรือเฉยๆ กับวันนี้มีความร่าเริงใจมีจิตเป็นสุขในโลกมนุษย์ กับวันนี้มีความรู้สึกปีติยินดีในการได้ฟังธรรมหรือได้ปฏิบัติธรรมแล้วมีความเบิกบานใจครับ ไม่ทราบว่าเหตุเหล่านี้จะมีผลในการเบิกบุญด้วยหรือไม่ครับ
' ]' e' V2 ^  Aตอบ จะว่าเกี่ยวก็เกี่ยว จะว่าไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว ผมไม่ได้ตอบกวนๆนะแต่ป้นเรื่องจริง หากจะว่าเกี่ยวนั้นก้เนื่องมาจากนายเวร เขามีสิทธิ์ที่จะทำให้เราต้องทุกข์ใจร้อนใจ ลำบากใจได้เสมอ หากเราอุทิศบุญให้หรือเบิกบุญให้แก่เขา เขาก็ไม่มาทำให้เรารู้สึกลำบากใจ ทุกข์ใจ เราก็สุขกายสะบายใจ หากว่าไม่เกี่ยวก็เพราะทุกอย่างอยู่ที่จิต แทบทั้งสิ้น มันอาจเป็นเพราะสภาวะภายนอกมากดดันจิตให้จิตเศร้าหมองได้เช่นกัน
0 A# A( a* |6 N" E4 a7 n" c๓. ถามเรื่องการทำสมาธิ% G( N: Y3 t+ D4 P6 f. f
ตอบ เรื่องนี้ผมขอตอบ(ในความคิดผมนะ)น่าจะเข้าใจถูกต้องแล้วว่าเป็นความคุ้นเคยของจิต เพราะจิตจะจดจำสภาวะนั้นได้เมื่อกำหนดให้มีสภาวะเดิมจิตก็สั่งกายให้เกิดอาการดังเคย หากจะปล่อยไปตามกลไกลโดยไม่สนใจก็ได้ตามหลักการของผู้อยากหลุดพ้น แต่หากเป็นผม ผมจะนำมาใช้ให้เป็นโยชน์ในด้านการตรวจสอบพลังของเครื่องราง วิธีทำโดยนำเครื่องรางนั้นมากำไว้ในมือแล้วกำหนดจิตให้มีสภาวะความรู้สึกที่เคทำไว้ที่เครื่องราง แล้วรับสัมผัสจากเครื่องรางนั้น ก็จะทราบทันที่ว่าเครื่องรางนั้นมีพลังมากน้อยเพียงใดจากการรับสัมผัส ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่การฝึกฝน จนเกิดความชำนาญ ส่วนเรื่องฝากตัวเป็นศิษย์ อันนี้แล้วแต่บุญทำกรรมแต่งก็แล้วกันครับ
' \' a8 @0 f  b) }7 F5 S
‹ ก่อนหน้า|ถัดไป

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2025-4-5 20:42 , Processed in 0.028541 second(s), 15 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.